PRP Therapy ลดริ้วรอย ดีอย่างไร

การบำบัดด้วยเซลล์ต้นกำเนิด เป็นการใช้เซลล์ต้นกำเนิด ชนิดมีเซนไคม์ จากสายสะดือจากไขกระดูก และจากเนื้อเยื่อไขมัน เกล็ดเลือดเข้มข้น ( PRP ) และรกแกะเพื่อต่อต้านริ้วรอย และคืนความอ่อนเยาว์

เมื่ออายุมากขึ้น ส่งผลทำให้เซลล์ผิวเริ่มเสื่อมลงเนื่องจากการสร้างคอลลาเจนและเนื้อเยื่อลดลง ความยืดหยุ่นและความกระชับของผิวลดลงทำให้เกิดปัญหาและริ้วรอยต่างๆบนใบหน้า หนึ่งในเทคโนโลยีเพื่อความงามที่ถูกคิดค้นและพัฒนามาเพื่อซ่อมแซมและสร้างเสริมส่วนต่างๆบนใบหน้าคือ PRP ( PLATELET RICH PLASMA ) เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องความยืดหยุ่นของผิวน้อย มีรอยคล้ำใต้ตา มีร่องแก้ม ผู้ที่มีปัญหาเรื่องริ้วรอยตามส่วนต่างๆของใบหน้า ทั้งหน้าผาก หว่างคิ้วหรือหางตา ผิวหย่อนคล้อย ผู้ที่มีแผลเป็น เป็นสิว รอยดำจากสิว ฝ้ากระ ผิวหน้าแห้งกร้าน

ซึ่งผลลัพธ์จากการทำ PRP ( PLATELET RICH PLASMA ) มีดังต่อไปนี้
1 ช่วยฟื้นฟู กระตุ้น ซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ และเสริมสร้างผิวจากภายในในระดับลึก ทำให้หน้าดูอ่อนเยาว์
2 เนื่องจากการทำ PRP Therapy ทำให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวใหม่ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน อีลาสติน ที่เกี่ยวข้องกับความยืดหยุ่นให้กับผิว และสร้างหลอดเลือดภายในผิวขึ้นมาใหม่ หน้าดูเปล่งปลั่งสุขภาพดีมากยิ่งขึ้น
3 ช่วยรักษาสิว ฝ้ากระ จุดด่างดำ รอยดำจากสิว ช่วยให้ขนาดรูขุมขนเล็กลง
4 ช่วยรักษาหลุมสิว หรือรอยแผลเป็นที่มีขนาดเล็กลงแต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผลของการรักษาก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล อายุ ความหนักเบาของอาการ รวมถึงการดูแลตัวเองหลังการรักษาด้วยค่ะ

ความถี่ในการทำ PRP ( PLATELET RICH PLASMA ) และระยะเวลาที่เห็นผล
ในการกระตุ้นคอลลาเจนในเซลล์ผิวตามธรรมชาติ ส่วนใหญ่จะเห็นผลอย่างชัดเจนใน 3 เดือน เพื่อการบำบัดที่มีประสิทธิภาพ ควรทำ PRP Therapy ซ้ำ 2-3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่าง 4-6 สัปดาห์ ซึ่งจะสามารถอยู่ได้นาน 1 -1 ½ ปี

การปฏิบัติตัวหลังทำ PRP (PLATELET RICH PLASMA)
การปฏิบัติตัวหลังทำ PRP ( PLATELET RICH PLASMA ) เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีควบคู่ไปกับการรักษา มีข้อควรปฏิบัติหลังจากทำ PRP ( PLATELET RICH PLASMA ) ดังต่อไปนี้
– งดล้างหน้า 4-6 ชั่วโมงแรกหลังการทำ PRP
– หลีกเลี่ยงแสงแดดประมาณ 2- 3 วัน
– งดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์
– งดการออกกำลังกายอย่างหนัก
– ทาครีมบำรุงผิวได้ตามปกติ แต่ให้หลีกเลี่ยงการทาครีมที่มีส่วนผสมของ AHA หรือสาร Whitening
– ควรพักหน้า โดยงดแต่งหน้าอย่างน้อย 1 วัน
– หลีกเลี่ยงการรับประทานยาประเภทแอสไพริน(Aspirin) และไอบูโพรเฟ่น(Ibuprofen) ประมาณ 2-3 วัน

อาการข้างเคียงหลังการทำ PRP ( PLATELET RICH PLASMA )
โดยทั่วไปแล้ว การทำ PRP ( PLATELET RICH PLASMA ) นับเป็นวิธีที่มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง แทบจะไม่มีอาการข้างเคียงใดๆที่เป็นอันตรายเลยเนื่องจากไม่ใช่สารสังเคราะห์ แต่เป็นเกล็ดเลือดที่สกัดมาจากเลือดของผู้ป่วยหรือของลูกค้าเอง ในช่วงแรกที่ฉีด PRP เข้าผิวหนังจะรู้สึกอุ่นๆในบริเวณที่ฉีด แต่อาการดังกล่าวจะหายไปภายใน 10-15 นาที ในบางรายอาจมีอาการบวมหรือฟกช้ำเล็กน้อยประมาณ 2-3 วัน แต่โดยทั่วไปมักไม่รุนแรงและจะหายไปเองภายในระยะเวลาไม่นาน

ประโยชน์จากการทำ PRP ( PLATELET RICH PLASMA )
– ช่วยส่งเสริมการเจริญ ของหลอดเลือดใหม่ ( angiogenesis ) โดยกระบวนการนี้ จะช่วยเพิ่มการไหลเวียน เลือดในเนื้อเยื่อ
– ช่วยยับยั้งการอักเสบ ซึ่งช่วยให้บาดแผลหายเร็วขึ้น
– หลังจากช่วยให้บาดแผลหายแล้ว ยังช่วยลดขนาดของเนื้อเยื่อแผลเป็น เช่น เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจที่ติดเชื้อ หรือแผลจากการบาดเจ็บของข้อต่อ
– รักษาเนื้อเยื่อที่เสียหาย ซึ่งส่งผลให้เกิดการฟื้นฟู กลายเป็นเนื้อเยื่อปกติ
– บรรเทาอาการ ที่เกิดจากโรคเรื้อรัง
– ช่วยพัฒนาระบบภูมิคุ้มกัน เพื่อต่อต้านโรคร้าย
– ช่วยให้ระบบย่อยดีขึ้น และบรรเทาอาการท้องผูก
– เพิ่มความยืดหยุ่นให้ข้อต่อ และหมอนกระดูก
– เพิ่มความยืดหยุ่น และความหนาของผิวหนัง
– ลดการสร้างเม็ดสี บนใบหน้า และเพิ่มความกระจ่างใสให้ผิว
– ลดริ้วรอยทั้งแบบตื้น และลึก
– ดูแลผิวพรรณจากภายใน
– กระชับ และลดขนาดรูขุมขน
– ลดอาการขอบตาคล้ำ

PRP Treatment
การฉีด PRP หรือ PRP Therapy ถือเป็นศาสตร์ใหม่ ในวงการเวชศาสตร์ ความงาม ซึ่งช่วยในเรื่อง การฟื้นฟูเซลล์ ลดเลือนริ้วรอย และทำให้ดูอ่อนเยาว์ลง เหมาะสำหรับ ผู้ที่ต้องการฟื้นฟู และซ่อมแซมสภาพผิว โดยการนำเลือดของคนไข้ มาปั่นแยกชั้น ( Centrifugation ) ซึ่งใช้หลักการเดียวกันกับ เทคนิคทางการแพทย์

เมื่อเลือดของเรา ถูกแยกออกเป็นชั้น ๆ ตามความเข้มข้น และชั้นที่เป็นเกล็ดเลือด เข้มข้นที่สุดคือ PRP หรือ Platelet Rich Plasma ในชั้นนี้มีสารตัวหนึ่ง ที่เรียกว่า Growth Factor เป็นสารที่ช่วยกระตุ้น การเติบโตของเซลล์ และได้ Fibroblast ซึ่งเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่สร้าง Collagen ให้ผิวหน้าดูอ่อนวัย และกระจ่างใสนั่นเอง

หลังจากที่สกัดได้เกล็ดเลือด เข้มข้นแล้วก็จะนำมาผสม กับสารธรรมชาติอย่าง Hyaluronic Acid หรือ HA แล้วฉีดกลับเข้าไปบนจุด ที่ต้องการแก้ไข ทำให้เกิดกระบวนการฟื้นฟู คอลลาเจนจากภายใน และสร้างคอลลาเจน ขึ้นมาใหม่ทำให้ริ้วรอย และร่องลึกค่อย ๆ เติมเต็มจากภายใน ซึ่งเป็นการฟื้นฟู ผิวตามกลไกธรรมชาติ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก naradaclinic