เซลล์ต้นกำเนิดผลิตเจ้าตัวเล็ก

สเต็มเซลล์สร้างความน่าอัศจรรย์ใจ และแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของวงการแพทย์อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเซลล์นั้นก็คือ เซลล์ต้นกำเนิดที่สามารถผลิตเจ้าตัวเล็กออกมาเป็นทายาทให้แต่ละครอบครัวได้เหมือนที่เราเห็นในปัจจุบัน

เซลล์ต้นกําเนิด คืออะไร ?
เซลล์ต้นกําเนิด หรือ สเต็มเซลล์ คือ เซลล์ต้นกําเนิดนี้ย้อนไปถึงการกําเนิดชีวิตนั่นเอง กระบวนการกําเนิดชีวิตมนุษย์หรือสัตว์นั้น ๆ สเปิร์มของผู้ชายจะมาผสมกับไข่ของผู้หญิง กลายเป็น 1 เซลล์ จากนั้น 1 เซลล์จะทําการแบ่งตัวเป็นทวีคูณ กลายเป็นอวัยวะต่าง ๆ จนกลายเป็นมนุษย์ขึ้นมา

ทำไมท่านจึงควรเก็บรักษาเซลล์ต้นกำเนิด ( Stem Cell Banking )
ปัจจุบัน งานวิจัยทางการแพทย์พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ทำให้โรคหลายชนิด ที่สมัยก่อนไม่สามารถรักษาได้ แต่ด้วยเทคโนโลยีงานวิจัยด้านเซลล์ต้นกำเนิดทำให้หลายโรคสามารถรักษาได้ในปัจจุบัน เช่น โรคเส้นประสาทไขสันหลังขาด ( spinal cord injury ), โรคจอประสาทตาเสื่อม ( Macular degeneration ) และยังมีอีกหลายโรคที่ผลงานวิจัยมีการยืนยันว่าเซลล์ต้นกำเนิดสามารถทุเลาความรุนแรงของโรคเหล่านั้นได้ เช่น โรคเบาหวานชนิดที่ 1 ( Diabetes mellitus ), โรคภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ ( Autoimmune ), ข้อเข่าเสื่อม ( Osteoartritis ), กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ( Acute myocardial infarction ) และยังมีหลายโรคที่มีการศึกษาวิจัยกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้การเก็บเซลล์ต้นกำเนิดจึงเป็นประโยชน์ที่เราจะสามารถนำมาใช้เมื่อถึงคราวจำเป็นได้

ใครที่สามารถใช้เซลล์ต้นกำเนิดของบุตรของท่านได้บ้าง ?
กรณีของสเต็มเซลล์จากเนื้อเยื่อสายสะดือ และจากเยื่อหุ้มรก ถือเป็นเซลล์ต้นกำเนิดอีกชนิด ( Mesenchymal Stem cell หรือ MSCs ) ที่เป็นความคาดหวังของวงการแพทย์ในอนาคต มีรายงานการวิจัยมากมายที่มีการนำไปใช้ในการฟื้นฟูความเสื่อมจากภาวะโรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตามวัย หลากหลายงานวิจัยได้ชี้ให้เห็นว่า สเต็มเซลล์จากเนื้อเยื่อสายสะดือ และจากเยื่อหุ้มรก สามารถใช้ได้กับทุกคน โดยไม่ต้องตรวจความเข้ากันของเนื้อเยื่อที่เรียกว่า HLA Matching และด้วยคุณสมบัติ และประสิทธิภาพของสเต็มเซลล์ชนิดนี้ ช่วยในการลดการอักเสบของเซลล์ในร่างกายได้เป็นอย่างดี จึงมีงานวิจัยหลายฉบับ ที่มุ่งเน้นการนำสเต็มเซลล์ชนิด MSCs มาพัฒนาเพื่อให้เกิดประโยชน์ในแง่การฟื้นฟูความเสื่อมที่เกิดขึ้นตามวัย หรือที่เรียกกันว่า Rejuvenate หรือ ใช้ในทาง เวชศาสตร์ชะลอวัย ( Anti-Aging )

สเต็มเซลล์จากเนื้อเยื่อสาย สะดือและจากเยื่อหุ้มรก
ทำให้อาการป่วยดีขึ้น โดยภาวะเสื่อมที่พบได้บ่อย และเริ่มมีการใช้ในทางการแพทย์ ได้แก่
• โรคชรา หรือโรคความเสื่อมที่เกิดจากวัย
• โรคไขข้ออักเสบ โรครูมาตอยด์, โรคข้อเสื่อมต่าง ๆ
• เบาหวาน ( ชนิดที่ 1 )
• โรคเกี่ยวกับหัวใจ และหลอดเลือด
• โรคทางระบบประสาท
• โรคระบนประสาทในเด็ก
• โรคไตวาย
• ภาวะภูมิคุ้มกันโรคต่อต้านตนเอง
• โรคภูมิคุ้มกันบกพร่องและโรคอื่น ๆ

ทำไมท่านจึงควรเก็บรักษา เซลล์ต้นกำเนิดในวันคลอด ?
เพราะการเก็บสเต็มเซลล์ ( Stem Cell Banking ) ของลูก ไม่ว่าคุณแม่จะตัดสินใจเก็บจากเลือดในสาย สะดือและสายสะดือ รวมถึงเยื่อหุ้มรก หรือจะเลือกเก็บเฉพาะส่วนของสายสะดือ และเยื่อหุ้มรกก็ได้ สเต็มเซลล์ของลูกจะทําการจัดเก็บได้เพียงครั้งเดียวในวันคลอด โดยจะทําทันทีหลังจากที่ทารกคลอดออกมา สเต็มเซลล์ที่ผ่านการตรวจสอบ และคัดแยกแล้ว จะผ่านขบวนการเพาะเลี้ยงให้เซลล์มีความแข็งแรง และเพิ่มจํานวน และ เก็บรักษาไว้ในไนโตรเจนเหลวซึ่งไม่ทําให้เซลล์สูญเสียความสามารถในการมีชีวิต และยังมีประสิทธิภาพในการทํางานเมื่อนํามาใช้งาน

สเต็มเซลล์ เซลล์ต้นกำเนิดในปัจจุบัน มีการศึกษา และนำไปพัฒนาในด้านไหนบ้าง ?
สเต็มเซลล์ หรือเชลล์ต้นกําเนิด คือ เซลล์ของร่างกายคุณเอง ช่วยซ่อม แซมเนื้อเยื่อที่เกิดความเสียหาย ด้วยคุณสมบัติพิเศษที่สามารถแบ่งตัวเองขึ้นมา ใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า ในปัจจุบันนอกเหนือจากความสําเร็จ และความปลอดภัย ในการใช้สเต็มเซลล์เพื่อรักษาโรคเลือด โรคความเสื่อม การบาดเจ็บจากการ เล่นกีฬา อุบัติเหตุ แผลเรือรังจากไฟไหม้ หรือแผลเบาหวาน ที่มีการใช้กันอย่าง แพร่หลาย
สเต็มเซลล์จากกระแสเลือด ( Peripheral Blood Stem Cells : PBSCs ) เก็บได้จากกระแสเลือดของคุณเอง สเต็มเซลล์สามารถแบ่งตัว และเปลี่ยนเป็นเซลล์ชนิดต่าง ๆ ได้ และมีโอกาสใช้รักษาโรคเลือด โรคมะเร็งบางชนิด กระดูกอ่อน บาดเจ็บ โรคข้อเสื่อมระยะต้น การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา การบาดเจ็บจาก อุบัติเหตุ และแผลเรื้อรัง
สําหรับผู้ที่พลาดการฝากเก็บสเต็มเซลล์จากเลือดในสายสะดือ จากเนื้อเยื่อสาย สะดือ และเยื่อหุ้มรก ( ซึ่งทําได้เฉพาะเมื่อแรกเกิดเท่านั้น ) ทาง วินเซลล์ รีเซิร์ช มีบริการ รับฝากเก็บสเต็มเซลล์ของผู้ใหญ่ ( Wincell Research PBSC banking ) ซึ่งสามารถ เก็บสเต็มเซลล์จากกระแสเลือดของคุณเอง รักษาไว้ในสภาพเยือกแข็งโดยใช้สาร ไครโอโพรเทคแทนท์ ( Cryoprotectant ) เพื่อรักษาสภาพของสเต็มเซลล์ให้พร้อม สําหรับการนํามาใช้ประโยชน์ได้ในอนาคต
การเก็บสเต็มเซลล์ ( Stem Cell Banking ) จากเนื้อเยื่อสายสะดือ และเยื่อหุ้มรก เป็นวิธีการที่ไม่มี ผลกระทบใด ๆ กับแม่ และลูก และยังมีประโยชน์ในการช่วยรักษา และฟื้นฟูโรคต่าง ๆ ได้ดีอีกด้วย โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับภาวะเสื่อมต่าง ๆ ตามวัย หรือภาวะการ อักเสบเฉียบพลัน หรือในกรณีที่ได้รับอุบัติเหตุต่าง ๆ และต้องการการฟื้นฟูด้วย เซลล์ต้นกําเนิด ก็จะสามารถนําเซลล์ต้นกําเนิดที่ฝากไว้มาใช้กับทุกคนในครอบครัวได้

ขั้นตอนการจัดเก็บเซลล์ต้นกำเนิดจากเนื้อเยื่อสายสะดือ และเยื่อหุ้มรก
ขั้นตอนที่ 1
แจ้งความจํานง และทําสัญญา เพื่อฝากเก็บสเต็มเซลล์กับกาง เจ้าหน้าที่หรือทีมงานของ “บริษัท วันเชลล์ รีเชิร์ช จํากัด”
ขั้นตอนที่ 2
“บริษัท วินเชลล์ รีเซิร์ช จํากัด” เข้าเก็บสายสะดือ และ/หรือ เยื่อหุ้มรกในวันคลอด และเก็บเลือด ของคุณแม่ตามวันเวลาที่นัดหมาย ภายใต้กระบวนการที่มีมาตรฐาน ระดับสูงในทุกขั้นตอน
ขั้นตอนที่ 3
ในวันคลอด พยาบาลจะทํา การเจาะเลือดของคุณแม่ใส่ใน specimen tubes ตามขั้นตอน เพื่อนําไปตรวจสุขภาพของคุณแม่ ตามมาตรฐานความปลอดภัยระดับ สูงสุดดังนี้
i การติดเชื้อซิฟิลิส
ii การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี
iii การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ซี
iv อักเสบซี การตรวจเชื้อไวรัส เอช ไอ วี
v การตรวจเชื้อไชโตเมกะโล ไวรัส
vi การตรวจเชื้อไวรัส เอช ไอ วี 1 และ 2 ด้วยวิธี NAT
ขั้นตอนที่ 4
สายสะดือ และ/หรือ รก หลัง การจัดเก็บจะถูกนําส่งเข้าสู่ห้อง ปฏิบัติการ วินเซลล์ รีเซิร์ช โดยผ่าน การควบคุมมาตรฐานการขนส่ง ที่อุณหภูมิ 2-8 องศา เซลเซียส ภายใน 24 ชม.
ขั้นตอนที่ 5
เข้าสู่กระบวนการคัดแยก เพาะเลี้ยง และเก็บรักษาเซลล์ต้น กําเนิดตามขั้นตอนภายใต้มาตรฐาน GMP cell culture โดยเก็บรักษา สเต็มเซลล์ด้วยระบบไอระเหย ไนโตรเจน ที่อุณหภูมิ – 196 องศา เซลเซียส
ขั้นตอนที่ 6
ห้องปฏิบัติการ วินเซลล์รีเชิร์ช จะนําส่งใบรายงานผลความคืบหน้า ของการเจริญเติบโตของสเต็มเซลล์ ( Preliminaly Report ) ภายในระยะ เวลา 1 เดือน
ขั้นตอนที่ 7
ห้องปฏิบัติการ 5นเชลล์ รีเชิร์ช จะนําส่งใบรายงานผลการ เพาะเลี้ยง แล้วเสร็จ ( Final Report ) ตามข้อตกลงที่กําหนดในสัญญา

ขอขอบคุณข้อมูลจาก wincellresearch