โรคเบาหวาน DIABETES MELLITUS

DIABETES MELLITUS

การรักษาโรคเบาหวานด้วยสเต็มเซลล์

โรคเบาหวาน DIABETES MELLITUS

ปัจจุบัน ประชากรโลกที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน มีอัตราส่วนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากทั้งการบริโภคอาหารที่อาจจะก่อให้เกิดการเป็นโรคเบาหวาน การเกิดโรคเบาหวานด้วยการสืบต่อทางพันธุกรรม รวมไปถึงปัจจัยต่างๆในการใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละบุคคลด้วย ซึ่งการรักษาเป็นเพียงการควบคุมอาการ และลดความเสี่ยงการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงของโรคนี้ แต่ไม่สามารถรักษาโรคเบาหวานให้หายขาดได้

โดยปกติแล้วเราสามารถป้องกันโอกาสที่จะเกิดโรคเบาหวานได้ในหลายๆรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมการรับประทานอาหารในชีวิตประจำวัน การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การใช้ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถป้องกันได้ทั้งหมด 100 เปอร์เซ็น

Dotstemcell ได้มีการใช้สเต็มเซลล์มาทำการรักษาโรคเบาหวานและโรคแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้น โดยแบ่งเป็น 2 รูปแบบ ดังนี้

รูปแบบที่ 1 เป็นการนำสเต็มเซลล์ MSC ซึ่งมีคุณสมบัติที่ดีทั้งด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพ ไปใช้ประโยชน์โดยตรงเพื่อรักษาตัวโรคเบาหวาน

รูปแบบที่ 2 เป็นการนำสเต็มเซลล์ MSC ไปใช้เพื่อรักษาภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากโรคเบาหวาน เช่น แผลเบาหวาน

โรคเบาหวาน DIABETES MELLITUS

โรคเบาหวานชนิดที่ 1

โรคเบาหวาน DIABETES MELLITUS

ร่างกายจะไม่สร้างฮอร์โมนอินซูลิน ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะเข้าโจมตีและทำลายเซลล์ของตับอ่อนที่ผลิตอินซูลิน โดยโรคเบาหวานแบบนี้ มักเป็นในกลุ่มผู้ป่วยเด็กและผู้ใหญ่ที่มีอายุไม่มาก แต่อาจพบผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดนี้ได้ในทุกช่วงอายุเช่นกัน ผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานชนิดนี้จำเป็นต้องได้รับฮอร์โมนอินซูลินเพื่อสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติในทุกวัน ในปัจจุบันยังไม่ทราบแน่ชัดว่าทำไมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจึงทำลายเบต้าเซลล์ (B-Cell) ของตับอ่อนแล้วทำให้เกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 1


อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลวิชาการยืนยันว่าโรคเบาหวานชนิดที่ 1 นี้อาจมีสาเหตุมาจากพันธุกรรมและปัจจัยสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่คอยกระตุ้นให้เกิดโรค

โรคเบาหวานชนิดที่ 2

โรคเบาหวาน DIABETES MELLITUS

เป็นภาวะที่ร่างกายจะไม่สามารถสร้างฮอร์โมนอินซูลินได้เพียงพอ หรือนำอินซูลินไปใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่
เรามีโอกาสเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ในทุกช่วงอายุแม้แต่ในวัยเด็กก็ตาม แต่โดยส่วนใหญ่โรคเบาหวานชนิดนี้มักพบในผู้ป่วยวัยกลางคนและผู้ป่วยสูงอายุ
โรคเบาหวานชนิดที่ 2 เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด เกิดขึ้นเมื่อเซลล์ร่างกายดื้อต่ออินซูลินและอินซูลินที่ผลิตออกมามีไม่มากพอที่จะเอาชนะภาวะดื้ออินซูลิน
ถึงแม้ยังไม่ทราบเหตุผลที่ทำให้เกิดภาวะดื้ออินซูลิน แต่จากการศึกษาวิจัยมีข้อสรุปอย่างชัดเจนว่าภาวะอ้วนมีความสัมพันธ์โดยตรงกับโรคเบาหวานชนิดนี้

ประโยชน์ของสเต็มเซลล์เพื่อรักษาโรคเบาหวาน

  • ปกป้องเบต้าเซลล์ของตับอ่อนไม่ให้เซลล์ตายแบบ apoptosis
  • ส่งเสริมการทำงานของเบต้าเซลล์ของตับอ่อนให้ทำงานได้ดีขึ้น
  • สเต็มเซลล์สามารถเปลี่ยนแปลงไปเป็นเบต้าเซลล์ของตับอ่อน
  • ควบคุมการทำงานระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้สมดุลเป็นปกติ
  • ลดการอักเสบของเซลล์
  • กระตุ้นการซ่อมแซมเซลล์ซึ่งใช้วิธีกลืนกินตัวเองของเซลล์
  • ป้องกันและแก้ไขภาวะดื้อฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย
  • ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติ
  • กระตุ้นเซลล์ต่อมไร้ท่อของร่างกายให้สามารถซ่อมแซมตัวเองได้
  • กระตุ้นเซลล์ปกติของร่างกายให้สามารถเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์ชนิดอื่นได้

ผลสำเร็จจากการใช้สเต็มเซลล์รักษาโรคเบาหวาน

โรคเบาหวาน DIABETES MELLITUS
  • ระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหาร 8 ชั่วโมงและระดับน้ำตาลสะสมในเลือดลดลงอย่างชัดเจน
  • การอักเสบของเซลล์ลดลงอย่างชัเจน
  • การทำงานของไตดีขึ้นซึ่งตรวจวัดได้จากระดับครีอะตินินในเลือด
  • กล้ามเนื้อร่างกายสามารถขยับเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ทำงานออกแรงได้ดีขึ้น
  • ร่างกายรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า มีพละกำลังมากขึ้น
  • โอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานลดลง
  • ไม่เกิดภาวะอาการชาปลายประสาทจากโรคเบาหวาน
  • ไม่มีปัญหาคันผิวหนัง
  • ไม่ต้องลุกตื่นนอนเพื่อปัสสาวะตอนกลางคืนบ่อยๆ
  • ความต้องการทางเพศเพิ่มขึ้น





Dotstemcell มุ่งมั่นในการพัฒนามาตรฐานชั้นเลิศสู่การบริการรับฝากเก็บเซลล์ต้นกำเนิด เพื่อตอบสนองความพึงพอใจสูงสุดสำหรับทุกครอบครัว และมีสเต็มเซลล์ที่พร้อมสำหรับการใช้งานในการรักษาโรคต่างๆที่ไม่มีใครคาดคิด และไม่มีใครหรือครอบครัวไหนๆอยากให้เกิดขึ้น การเก็บรักษาสเต็มเซลล์ถือเป็นการลงทุนที่ดีให้กับอนาคตและสุขภาพที่ไม่สามารถประเมินค่าได้

ทั้งนี้ เพราะไม่ว่าจะมีการเตรียมตัวในเรื่องสุขภาพที่ดีเพียงใด ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย หรือเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆเพื่อดูแลสุขภาพร่างกาย ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงอาการเจ็บป่วยและความเสื่อมถอยของร่างกายตามอายุการใช้งานได้ เพราะเมื่อมีอายุเพิ่มมากขึ้น ความเสื่อมของเซลล์หรืออวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกายย่อมมีมากขึ้นตามลำดับ แม้เราจะป้องกันตัวเองจากโรคภัยดีอย่างไร และด้วยอะไรก็ตาม แต่เรื่องของ “อายุ” นั้นเป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้

การเก็บรักษาสเต็มเซลล์ในรูปแบบต่างๆ ทำให้บิดามารดาสามารถเก็บรักษาเซลล์ต้นกำเนิดอันมีค่าที่เป็นหนึ่งเดียวกับทารกและมีรหัสพันธุกรรมใกล้เคียงกับคนในครอบครัว ไว้สำหรับการรักษาโดยเทคโนโลยีใหม่ที่เกี่ยวข้องกับเซลล์ต้นกำเนิดในอนาคต เช่นนำไปรักษาโรคหัวใจ หรือโรคอัลไซเมอร์

นอกจากนี้ สเต็มเซลล์ที่ถูกเก็บรักษา ยังเปรียบเสมือนอวัยวะสำรองสำหรับการรักษาโรคมะเร็ง หรือโรคเลือดที่สามารถรักษาให้หายได้โดยใช้สเต็มเซลล์




ติดต่อสอบถาม


TEL 062-264-4247


Line Official Account @dotstemcell
dotstemcell

ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ และบริการพิเศษจากเรา