สเต็มเซลล์ กับการรักษาเส้นผม

สเต็มเซลล์ กับการรักษาเส้นผม
วงการแพทย์ได้มีแนวคิดในการนำ สเต็มเซลล์ เพื่อมาใช้ในการปลูกผม โดยมีความพยายามทดลองทั้งการทำโคลนนิ่งเส้นผม (HAIR CLONING) และแสวงหาแหล่งของเซลล์ต้นกำเนิดหรือสเต็มเซลล์ เพื่อมาช่วยรักษาให้คนผมบาง ศีรษะล้าน ที่มีเส้นผมด้านหลังเหลือไม่เพียงพอต่อการทำศัลยกรรมปลูกผม
การปลูกผมด้วยสเต็มเซลล์ คืออะไร ?

การปลูกผมด้วยสเต็มเซลล์ คือ การนำ เซลล์ต้นกำเนิด หรือ สเต็มเซลล์ มาใช้ในการปลูกผมให้คนศีรษะล้าน จากการศึกษาพบว่า สเต็มเซลล์ สามารถ ที่จะซ่อมแซม หรือ เจริญเป็น เซลล์รากผมได้เมื่ออยู่ในสภาวะที่เหมาะสม ในปัจจุบันได้มีการนำเซลล์ต้นกำเนิดมาใช้รักษาโรคบางชนิดได้แล้ว เช่น การปลูกถ่ายไขกระดูกให้คน ไข้โรคเลือด และ โรคมะเร็งเม็ดเลือดบางชนิด เป้าหมายของนักวิจัย จึงมีความพยายามในการค้นหา แหล่งของเซลล์ต้นกำเนิด เพื่อมาใช้ในการปลูกผมให้กับคนหัวล้าน ที่ไม่สามารถจะปลูกถ่ายเส้นผมได้จากสาเหตุต่างๆ เช่น คนไข้ที่ หัวล้านมากจากพันธุกรรม และมีเส้นผมเหลือน้อยจนไม่เพียงพอที่จะนำมาปลูกได้ เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบันทางโรงพยาบาลจุฬาก็มีศูนย์สเต็มเซลล์และเซลล์บำบัด เพื่อการวิจัยใน เรื่องนี้เช่นเดียวกัน

สเต็มเซลล์ อยู่ที่ส่วนไหนของเซลล์รากผม ?

แม้ว่ายังไม่ทราบว่าสเต็มเซลล์อยู่ ณ ที่ใดของเซลล์รากผม แต่แพทย์ปลูกผมก็ได้ทุ่มเทความพยายามมาเป็นเวลานาน ในการวิจัยเรื่องการทำโคลนนิ่งเส้นผม และหาทางเพาะสเต็มเซลล์ เพื่อนำมาในการปลูกถ่ายเนื้อเยื่อเซลล์ต้นกำเนิดให้แก่คนหัวล้าน หลักการสำคัญของการศัลยกรรมปลูกผมก็คือ แพทย์ต้องนำเอาเซลล์รากผมถาวร (เส้นผมถาวร หรือ DONOR HAIR) ซึ่งอยู่ตรง บริเวณท้ายทอยมาปลูกยังบริเวณศีรษะล้าน แต่อุปสรรคที่สำคัญก็คือ เส้นผมถาวรที่สามารถย้ายไปปลูกได้มี จำนวนจำกัด โดยเฉพาะคนที่มี ศีรษะล้านเป็นบริเวณกว้าง และ มีเส้นผมถาวรน้อย จึงมีเส้นผมไม่เพียงพอที่จะย้ายไปปลูกให้ ครอบคลุมบริเวณ ศีรษะล้าน ได้ทั้งหมด

ส่วนคนที่มี เส้นผมถาวรมากแต่ ศีรษะล้านน้อยก็นับว่าโชคดีไป เปรียบเสมือนมี STOCK หรือเส้นผมสำรองอยู่มาก สามารถปลูกผมได้มากตามที่ต้องการ นายแพทย์ JUNG-CHUL-KIM ชาวเกาหลี เป็นคนแรกที่ได้ทำการทดลองเรื่องโคลนนิ่งเส้นผม เพื่อหาว่าสเต็มเซลล์อยู่ ณ ที่ใดของเซลล์รากผม โดยเขาได้นำเซลลล์รากผม (HAIR FOLLICLE) ของเขามา 1 เซลล์ แล้วแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ในสัดส่วนที่ต่างกันโดยใช้กล้องจุลทรรศน์ (MICROSCOPE) หลังจากนั้นเขาก็นำเซลล์ที่แบ่งแล้วทั้ง 2 ส่วน ไปปลูกที่หน้าแข้งของเขาเอง เพื่อดูผล ว่าแต่ละส่วนของเซลล์นั้น จะสามารถ ให้กำเนิดเส้นผมใหม่ได้หรือไม่

เขาได้ทำการทดลองทั้งหมด 3 ครั้ง คือ

การทดลองครั้งที่ 1

เขาได้ทดลองแบ่ง HAIR FOLLICLE ออกเป็น 2 ส่วน โดยให้ ส่วนบน = 2/3 และ ส่วนล่าง = 1/3 แล้วนำเซลล์ที่ได้ ทั้ง 2 ส่วน ไปปลูก ปรากฏว่า ส่วนบน 2/3 ซึ่งมีต่อมไขมันอยู่ (กระเปาะสีเหลือง) สามารถงอกเป็นเส้นผมขึ้นมาใหม่ได้ ส่วนล่าง 1/3 แม้จะมีรากผมอยู่ (กระเปาะสีดำ) แต่กลับไม่งอกเป็นเส้นผมใหม่

การทดลองเพื่อหาสเต็มเซลล์ ครั้งที่ 2

การทดลองครั้งที่ 2 เขาได้ทดลองแบ่ง HAIR FOLLICLE ออกเป็น 2 ส่วน โดยให้ส่วนบน = 1/3 และส่วนล่าง = 2/3 แล้วนำเซลล์ที่ได้ ทั้ง 2 ส่วน ไป ปลูกปรากฏว่า ส่วนบน 1/3 ไม่สามารถงอกเป็นเส้นผมใหม่ขึ้นมาได้ ส่วนล่าง 2/3 ที่มีรากผมอยู่ (กระเปาะสีดำ) งอกเป็นเส้นผมใหม่ได้

การทดลองครั้งที่ 3 ค้นพบ สเต็มเซลล์

การทดลองครั้งที่ 3 เขาได้ทดลองแบ่งเซลล์ตรงกึ่งกลางออกเป็น 2 ส่วนเท่าๆกัน ปรากฏว่า แต่ละส่วนสามารถงอกเป็นเส้นผมได้ เส้นผมใหม่ 2 เส้นเกิดจากเซลล์รากผมเพียง 1 เซลล์ โดยเส้นผมที่งอกจากส่วนบน จะมีขนาดเล็กกว่าเส้นผมปกติเล็กน้อย คล้ายไรผม ส่วนเส้นผมใหม่ที่งอกจากส่วนล่าง จะมีขนาดเหมือนเส้นผมปกติทุกประการ จากการทดลองครั้งนี้ สเต็มเซลล์น่าจะอยู่ตรงกึ่งกลางของเซลล์รากผม

ในอดีตแพทย์เคยเชื่อกันว่า รากผม (กระเปาะสีดำ) ที่อยู่ตรงส่วนล่างสุดของ HAIR FOLLICLE แต่เพียงส่วนเดียวเท่านั้น ที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างเส้นผมขึ้นมาใหม่ แต่ผลการทดลองพบว่า เซลล์ที่อยู่ตรงบริเวณกลางๆของ HAIR FOLLICLE กลับมีบทบาทสำคัญมากกว่าส่วนของรากผมเสีย อีก นายแพทย์ JUNG-CHUL-KIM จึงได้ตั้งสมมุติฐานว่า สเต็มเซลล์ ที่เป็นเซลล์ต้นกำเนิดในการสร้าง เส้นผม น่าจะ รวมกลุ่มอยู่บริเวณกึ่งกลางของเส้นผม ดังนั้น เมื่อเราแบ่งเซลล์รากผม 1 เซลล์ออกเป็น 2 ส่วนเท่าๆกัน แต่ละส่วนจึงมีสเต็มเซลล์อยู่ ทำให้สามารถงอกเป็นเส้นผมใหม่ได้ เป็นที่น่าเสียดายว่า ผลการทดลองนี้ได้ผลสำเร็จเพียง 60% เท่านั้น คงยังมีปัจจัยอื่นๆที่มี ส่วนเกี่ยวข้องในขบวนการการงอกของเส้นผมซึ่งแพทย์ยังไม่ทราบอีกมาก

ปลูกผมสเต็มเซลล์ดีไหม ราคาเท่าไหร่ ?

ปัจจุบันมีการนำสเต็มเซลล์มาใช้ใน การปลูกผม หรือใช้รักษาภาวะผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน และมีราคาค่อนข้างสูง และอ้างว่าได้ผลดี แต่ความจริงแล้ว การปลูกผมด้วย สเต็มเซลล์ยังไม่ได้รับการรับรองจาก อย. อเมริกา (FDA) และหน่วยงาน INVESTIGATIONAL NEW DRUG APPLICATION (IND) จึงบอกไม่ได้ว่าดี หรือ ไม่ดี

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก เส้นผม.com